213 ฐิติพร หน่วยที่2(1)
เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการ
1. การสังเกตพฤติกรรมเด็ก(Observation)วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเด็ก อย่างไม่เป็นทางการใช้รวบรวมพัฒนาการทุกด้าน
การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)
เป็น การฟัง และการเฝ้าดูพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกตามธรรมชาติเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก และเพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก
การสังเกตพฤติกรรมเด็ก
การสังเกตที่ดีควรมี
- จุดมุ่งหมาย
- มีแบบสังเกต
- กฎเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรม
- มีการจดบันทึกข้อมูลเป็นหลักฐานสามารถน ามาประเมินได้
หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. กำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสังเกต
2. เตรียมตัว เตรียมเครื่องมือ แบบสังเกต
3. ควรสังเกตครั้งละ 1 คน โดยสังเกตและพักช่วงเวลา
4. จดพฤติกรรมที่ตามองเห็นเท่านั้นถ้าต้องการแปล ตีความ ควรแยกเอาไว้
การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็กค้นหาว่าเด็กมีความสามารถด้านใดและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน
2. เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละคนจากข้อมูลที่ได้
3. เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
4. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งให้ละเอียดมากขึ้น
5. เพื่อน ามาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหา
6. เพื่อใช้เป็นข้อมูลรายงานผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง
7. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลใส่แฟ้มประวัติสำหรับแนะแนว ส่งต่อให้ชั้นเรียนที่สูงขึ้น
วิธีการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
การสังเกตอย่างมีระบบ สามารถแบ่งออกเป็น2 ประเภทโดยใช้เกณฑ์ คือ
1. เกณฑ์ระบบ คือ การสังเกตแบบธรรมชาติและ การสังเกตแบบมีโครงสร้าง
2. เกณฑ์บุคคล คือ การสังเกตโดยผู้สังเกตเข้าร่วม หรือไม่เข้าร่วมอยู่ในหมู่เด็ก
องค์ประกอบของการบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
แบ่งออกเป็น 3 ด้านใหญ่ ๆ คือ
1. การบรรยายเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น
2. ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน
3. การตีความแปลความหมายการสรุปพฤติกรรม การเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้
ข้อดีของการสังเกต
1. เด็กไม่ต้องใช้ความสามารถด้านอ่าน-เขียน
2. เด็กอยู่ในสภาพธรรมชาติ
3. กิจกรรมประจำวันดำเนินตามปกติ
4. ทำให้ครูได้ข้อมูลโดยตรง
5. วิธีการเหมาะสม เป็นที่ยอมรับ
ข้อจำกัดของการสังเกต
1. ไม่สามารถวัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในต้องสังเกตหลายครั้ง จึงจะเข้าใจเด็กได้
2. ประสบการณ์ของผู้สังเกต การตั้งจุดประสงค์ในการสังเกต การตีความหมายพฤติกรรม
3. ระยะเวลาและจำนวนครั้งในการสังเกต
4. ทำได้ยากขณะที่ครูมีปฏิสัมพันธ์กับเด็ก
หลักการบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
1. ต้องบันทึกสภาวะแวดล้อมและพฤติกรรมต่างๆ ของเด็ก และคนรอบข้างด้วย
2. รายงานตามลำดับก่อน-หลัง
3. บรรยายสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าที่ทำไม่ได้
4. แยกการตีความ แปลความหมายพฤติกรรมออกจากข้อมูลที่ได้จากการบันทึก
เอกสารประกอบการบรรยายนี้ เป็นลิขสิทธ์ของผู้บรรยาย : ผศ.ดร. ทิพจุฑา สุภิมารส สิงคเสลิต คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
(เพิ่มเติม)
การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)
การสังเกตอาจเกิดขึ้นเป็นกิจวัตประจำวันอย่างไม่เป็นทางการ หรืออาจมีการสังเกตอย่างเป็นทางการหรืออย่างเป็นระบบ การสังเกตเด็กอย่างเป็นระบบเกิดขึ้นเนื่องจาก ในสภาพจริงการจัดชั้นเรียนหนึ่งๆ
องค์ประกอบของการบันทึกการสังเกตพฤติกรรม
1. การบรรยายเหตุการณ์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น คือการบรรยายเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่กำลังดำเนินการอยู่อย่างตรงไปตรงมาให้มากที่สุด
2. ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน
3. การตีความ แปลความตลอดถึงการสรุปพฤติกรรมการเรียนรู้จากข้อมูลที่ได้จากการสังเกต
หลักในการบันทึกการสังเกต
1. การบันทึกการสังเกตจำเป็นต้องมีการบันทึกสภาวะแวดล้อมและพฤติกรรมต่างๆของเด็กรวมตลอดถึงพฤติกรรมของคนรอบข้างเด็กด้วย
2.การรายงานการบันทึกการสังเกตต้องมีการรายงาน ตามลำดับก่อนหลัง
3.การบันทึกการสังเกต ควรบรรยายสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่ได้
ข้อดีของการบันทึกการสังเกต
1. เด็กไม่จำเป็นต้องใช้ความสามารถในการอ่านและเขียน
2. เด็กจะไม่รู้สึกว่าตนกำลังถูกสังเกต หรือถูกบันทึกข้อมูลอยู่
3. กิจวัตรประจำวัน หรือตารางเวลาในการเรียน หรือการทำกิจกรรมของเด็กไม่มีการเปลี่ยนแปลง
4. ช่วยให้ครูได้ทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของเด็ก
5. เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับจากนักการศึกษาปฐมวัยว่าเป็นวิธีที่เหมาะสม
สรุป การบันทึกการสังเกต
1. บันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบถือเป็นวิธีการพื้นฐานที่สำคัญวิธีหนึ่ง
2. ในการประเมินผลพัฒนาการเด็กและถ้าผู้สังเกตมีความถี่ถ้วนในการสังเกตมากเท่าไร โอกาสที่ผู้สังเกตจะจัดการเรียนการสอนเพื่อสนองความต้องการของเด็กแต่ละคนก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น
ประเภทของการสังเกต
1. การสังเกตแบบบรรยาย
2. ระเบียนพฤติการณ์ ( Anecdoctal Record ) เป็นการบันทึกพฤติกรรมของเด็กตามที่สังเกตได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยบันทึกหลังจากพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นและเป็นการบันทึกจากความทรงจำ
ข้อสำคัญ ของการสังเกต
จะต้องบันทึกตามพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่แทรกข้อคิดเห็นหรือการประเมินของผู้สังเกต เนื้อหาของบันทึกพฤติกรรมแบบนี้มีส่วนประกอบสำคัญ คือ พฤติกรรมที่เกิดขึ้น เกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดที่ไหน เมื่อไร มีการพูด หรือการกระทำอะไรเกิดขึ้นบ้าง
ตัวอย่างการบันทึกการสังเกตแบบบรรยาย
1. ชื่อเด็ก ….ด.ญ.สายใจ รักเรียน ……. อายุ….4…… ปี วันที่…….10 มิถุนายน 2562…………..
2. ผู้สังเกต…นางสาว…………………………………
3. เวลา 10.30 น. ในช่วงกิจกรรมกลางแจ้งสังเกตเห็นพฤติกรรมการผลักเพื่อนของ ด.ญ.สายใจ รักเรียน 3 ครั้ง
4. ข้อสรุปของครู : จากการสังเกตพฤติกรรมของ ด.ญ. สายใจ รักเรียน ในวันนี้ เห็นว่า ด.ญ. สายใจ รักเรียน มีพฤติกรรม ……………. ครูจะต้องปรึกษาและพูดคุยกับผู้ปกครอง
การบันทึกการสังเกตแบบบรรยาย
การบันทึกขณะสังเกต ( Rumming Record ) เป็นการบันทึกพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยผู้สังเกตเป็นผู้จดบันทึกขณะที่เกิดขึ้นจริง การจดบันทึกแบบนี้ให้ประโยชน์มากในแง่ที่สามารถสะท้อนให้รู้พฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กอย่างละเอียด ชัดเจน
ตัวอย่างการบันทึกการสังเกตแบบบรรยาย
1. ชื่อเด็ก : ด.ช.พิชัย ใจรักดี อายุ 3 ปี วันที่ 2 มิถุนายน 2562.
2. ผู้สังเกต : นางสาวรักดี รักสอน สถานที่ ห้องเรียน เวลา 09.30 น. พฤติกรรมที่สังเกต
3. พิชัยนั่งกับกฤษที่โต๊ะปั้นแป้งโด พิชัยนำแป้งมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว แล้วคลึงเป็นแผ่น สามารถตัดออกมาเป็นวงกลมตามที่ต้องการได้โดยการกดครั้งเดียว และใช้นิ้วมือหยิบเศษแป้งที่อยู่นอกวงกลมนั้นออก
4. ข้อคิดเห็นพิชัยมีกล้ามเนื้อเล็กที่แข็งแรง และสามารถใช้มือทั้งสองทำงานประสานสัมพันธ์กันในการปั้นพิชัยมีสมาธิดี ให้ความสนใจในกิจกรรมอย่างต่อเนื่องโดยไม่ได้พูดคุยจนงานเสร็จ
อ้างอิง
ครูเชียงรายดอทเน็ต.2019.การวัดและประเมินผลเด็กปฐมวัย.ลืบค้นเมื่อวันที่3 ธันวาคม 2567,จาก
https://www.kruchiangrai.net/2019/10/28/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A2/
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น