บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ธันวาคม, 2024

213 ฐิติพร หน่วยที่2 (7)

รูปภาพ
 7. การใช้แบบทดสอบ(Test) การใช้แบบทดสอบ (Test)การตรวจสอบว่า เด็กเกิดการเรียนรู้พร้อมที่จะเรียนในขั้นต่อไป ซึ่งเด็ก จะต้องแสดงพฤติกรรม / ปฏิกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งที่ครูสามารถสังเกตเห็นได้เช่นสามารถตอบคำถามของครูได้ สามารถทำตามคำสั่งได้ถูกต้อง (วรรณวดี ม้าล าพอง, 2525) การใช้แบบทดสอบเพื่อประเมิน พัฒนาการเด็กปฐมวัย ➢ เป็นวิธีการที่ต้องระมัดระวัง เพราะแบบทดสอบมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การรับรู้ ของครูและเด็กที่มีต่อตัวเอง ➢ ผู้ทดสอบควรตระหนักถึงจุดมุ่งหมายหรือจุดประสงค์ของการสอบว่ามีขึ้นเพื่ออะไร การใช้แบบทดสอบเพื่อประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย      สมาคมการอนุบาลศึกษาแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา(NAEYC,1988) กล่าวถึง วัตถุประสงค์ของการสอบ ว่า มีขึ้น เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนสำหรับเด็กและ เพื่อตรวจสอบว่าเด็กได้รับผลดีจากการจัดประสบการณ์ทางการศึกษา ประเภทของแบบทดสอบ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1. แบบทดสอบที่ครูสร้างขึ้น (Teacher-made)มุ่งวัดผลการเรียนการสอน โดย ยึดเนื้อหาและจุดมุ่งหมาย เป็นหลักในการสร้างแบบทดสอบ 2. แบบทดสอบมาตรฐาน (Standard test) สร้างขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านพัฒ...

213 ฐิติพร หน่วยที่2 (ุ6)

รูปภาพ
 6. การทำสังคมมิติ(Sociogram)      การทำสังคมมิติ (Sociogram)เครื่องมือประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่มและความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัยแสดงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่ม สะท้อนโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน การทำสังคมมิติ (Sociogram)      ทำให้ครูทราบ บทบาทของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนของตนเพื่อนมีความรู้สึกอย่างไรต่อเขาใครเด่นที่สุด ใครชอบแยกตัวเล่นคนเดียวเด็กคู่ใดที่ต่างคนต่างชอบเล่นด้วยกัน      -ควรทำอย่างสม่ำเสมอ ข้อมูลอาจเปลี่ยนตามกิจกรรมและเวลา เครื่องมือสังคมมิตินิยมใช้ 2 วิธี คือการทายลักษณะ และการสร้างภาพทางสังคม เครื่องมือสังคมมิติ การทายลักษณะ ใครเอ่ย.......? ใครเอ่ย หวงของเล่น? ใครเอ่ย ช่วยเพื่อนเก็บของเสมอ? การเขียนแผนผังความสัมพันธ์ เขียนเลขที่นักเรียนที่ได้รับเลือกมากที่สุดไว้ตรงกลางแผนผังโดยใช้สัญลักษณ์ เขียนเลขที่นักเรียนที่ไม่ได้รับเลือกเลย หรือได้รับเลือกน้อยครั้งไว้รอบนอกแผนผัง ใช้ลูกศรแสดงทิศทางของการเลือก ควรทับกันให้น้อยที่สุด จึงต้องร่างแผนผังก่อน https://drive.google.com/file/d/113p4qQ9sVHXGVTDhWaLgVvd96- F6RKbw/v...

213 ฐิติพร หน่วยที่2 (5)

  5. การเขียนบันทึก(Journal) การเขียนบันทึก (Journal) - เป็นการบันทึกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนอาจเน้นเฉพาะเด็กที่ศึกษาหรือเฉพาะศูนย์การเรียนหนึ่งๆ - บันทึกความรู้สึก ความคิดเห็นได้ - เป็นการสะท้อนความคิด วิเคราะห์เหตุการณ์การกระทำต่างๆ ของตนเอง การเขียนบันทึกของครู เป็นกระบวนการสะท้อนกลับข้อมูลและเขียนบันทึก(มีประสิทธิผลกว่าการเขียนบรรยายสิ่งที่เกิดขึ้น) เริ่มต้นเขียนโดย : คิดว่า วันนี้มีอะไรสำคัญบ้าง เขียนบันทึกไว้ ประเด็นในการสะท้อนตนเอง : - พอใจการสอนครั้งนี้หรือไม่ พอใจ-ไม่พอใจอะไรสิ่งที่ดีอยู่แล้ว-สิ่งที่ควรแก้ไข วิธีแก้ไข - การสอนที่เกิดขึ้นต่างจากแผนที่วางไว้หรือไม่ เพราะอะไร - เด็กได้ - ไม่ได้ประสบการณ์..... ที่ครูตั้งใจจัดให้เหตุผลสนับสนุนข้อสรุปนี้ ตัวอย่าง การทำบันทึกของครู 1. ดิฉันได้จัดอุปกรณ์สำหรับมุมช่างให้เด็กในแต่ละวันมาตลอด แต่ดิฉันอยากจะหาวิธีการที่จะทำงานของเด็กในรูปแบบการสอนแบบโครงการและแล้วดิฉันก็ได้เห็นความสนใจเบื้องต้นของเด็กซึ่งนั่นก็คือ การส ารวจถึงวิธีการทำงานของเครื่องมือต่างๆ / ....../ 4. ดิฉันได้น างานที่มีรูปร่างใหม่ๆ และเครื่องมือที่แตกต่างจาก...

213 ฐิติพร หน่วยที่2 (4)

 4. การใช้แบบประเมินผลพัฒนาการ/ มาตราส่วนประมาณค่า/ แบบสำรวจรายการ(Checklists)  การใช้แบบประเมินพัฒนาการ - ตั้งวัตถุประสงค์ต้องการศึกษาอะไร - สร้างแบบสำรวจรายการ โดยใช้ทฤษฎีพัฒนาการเป็นหลัก - ควรใช้ควบคู่กับแบบสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ตัวอย่างการใช้แบบสำรวจรายการ ตัวอย่างแบบประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กวัย 3-4 ปี ชื่อนักเรียน.......... วันเดือนปี เกิด........อายุ.........ปี.........เดือน รายการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกายที่สังเกตเห็นเด็กแสดง พฤติกรรมนั้น โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 4 หมายถึง ดี 3 หมายถึง ปานกลาง 2 หมายถึง ควรปรับปรุง ข้อดีของการใช้ Checklists - ประหยัดเวลา บันทึกข้อมูลรวดเร็ว - ยืดหยุ่นได้ สะดวกต่อการทบทวน วิเคราะห์และตีความข้อมูล - สามารถทำอย่างต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเสร็จทันที - ไม่ซับซ้อน ง่ายต่อการฝึกบุคลากร - สามารถติดตามความก้าวหน้า-พัฒนาการได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ข้อจำกัดของการใช้ Checklists - ประเมินได้ในวงพฤติกรรมที่จำกัด - ต้องทบทวน สะท้อนความคิด - วิเคราะห์และตีความข้อมูลอย่างระมัดระวัง - ไม่สามารถประเมินพฤติกรรมที่ซับซ้อนได้

213 ฐิติพร หน่วยที่2 (3)

 3. การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก (Anecdotes)      การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก(Anecdotes)เป็นการเขียนเรื่องราวสั้นๆ เกี่ยวกับตัวเด็กจากเหตุการณ์ที่มีความหมายต่อครูและเด็กครูอาจสังเกตจนกระทั่งเหตุการณ์ผ่านพ้นไปจึงบันทึก หรือจดบันทึกย่อๆ ขณะสังเกต การเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก ▪ ช่วยให้ครูพัฒนาทักษะการเขียนเรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง ▪ พัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ของเด็กได้ดีขึ้น ▪ มีความเข้าใจ เห็นภาพพจน์เด็กที่ตนสอนมากขึ้น ตัวอย่างการเขียนบันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก ต้นข้าว: แม่เด็ดใบบัวให้ต้นข้าวด้วยนะ เอาใบใหญ่มาก ๆ เลย แม่: เอากี่ใบลูก ต้นข้าว: สามใบ เยอะ ๆ เลย แม่: เอาไปท าอะไรน่ะลูก ต้นข้าว: ต้นข้าวจะเอาไปทำร่ม ให้พ่อให้แม่ แม่เอาไหม แล้วนี่ของต้นข้าวใบเล็กๆ .... นั่น ฝนตกลงมาแล้ว แม่ใช้ร่มสิ ใช้ร่มสิ การประเมิน สรุป และให้ข้อเสนอแนะ บันทึกเกี่ยวกับตัวเด็ก บันทึกคำพูด 1. ความจำกัดทางด้านจำนวนคำศัพท์ การออกเสียงต่างๆปัญหาในการออกเสียง การเสนอแนวทางแก้ไข 2. ความสามารถในการถ่ายทอดเรื่องราวที่ได้พบเห็น 3. การบรรยายความรู้สึกที่มีต่อสิ่งต่างๆ และบุคคลต...

213 ฐิติพร หน่วยที่2 (2)

 2. การสัมภาษณ์ (Interview)      เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน อาจเกิดขึ้นระหว่างครู-เด็ก ครู-ผู้ปกครอง จะได้ผลดีถ้ามีความคุ้นเคยกัน มีประโยชน์ในการทำความเข้าใจเด็กแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ  การสัมภาษณ์ (Interview) 1. การสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง 2. การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างหรือไม่เป็นทางการ 3. การสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง      - เหมาะกับผู้เริ่มต้นยังไม่มีความชำนาญ ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ แบบมีโครงสร้าง ชื่อ. ด.ช. / ด.ญ. ....................... อายุ............. ปี..........เดือน........ ผู้สัมภาษณ์ .............................. วันที่สัมภาษณ์................ ครั้งที่ ....... พฤติกรรมที่ต้องการสัมภาษณ์ ............................................. คำถาม                                                                            ...

213 ฐิติพร หน่วยที่2(1)

เทคนิควิธีการประเมินพัฒนาการ 1. การสังเกตพฤติกรรมเด็ก(Observation)วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเด็ก อย่างไม่เป็นทางการใช้รวบรวมพัฒนาการทุกด้าน การสังเกตพฤติกรรมเด็ก (Observation)      เป็น การฟัง และการเฝ้าดูพฤติกรรมที่เด็กแสดงออกตามธรรมชาติ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก และเพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก การสังเกตพฤติกรรมเด็ก      การสังเกตที่ดีควรมี - จุดมุ่งหมาย - มีแบบสังเกต - กฎเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรม - มีการจดบันทึกข้อมูลเป็นหลักฐานสามารถน ามาประเมินได้ หลักทั่วไปในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก 1. กำหนดจุดมุ่งหมายและวางแผนการสังเกต 2. เตรียมตัว เตรียมเครื่องมือ แบบสังเกต 3. ควรสังเกตครั้งละ 1 คน โดยสังเกตและพักช่วงเวลา 4. จดพฤติกรรมที่ตามองเห็นเท่านั้นถ้าต้องการแปล ตีความ ควรแยกเอาไว้ การตั้งจุดมุ่งหมายในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก 1. เพื่อประเมินความสามารถของเด็กค้นหาว่าเด็กมีความสามารถด้านใดและส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน 2. เพื่อวางแผนส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละคนจากข้อมูลที่ได้ 3. เพื่อตรวจสอบความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง 4. เพื่อศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งให้ละเอียด...